<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>My Life As `Kamthorn' &#187; Hardware</title>
	<atom:link href="http://kamthorn.org/taxonomy/tags/hardware/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://kamthorn.org</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Sat, 07 Mar 2009 14:25:29 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการใช้ UPS</title>
		<link>http://kamthorn.org/2007/08/27/fact-about-ups</link>
		<comments>http://kamthorn.org/2007/08/27/fact-about-ups#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 27 Aug 2007 10:38:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>กำธร</dc:creator>
				<category><![CDATA[Hardware]]></category>
		<category><![CDATA[Public]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kamthorn.org/2007/08/27/fact-about-ups/</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อกลางปี 47 ซื้อ UPS มาตัวนึง เพราะตอนนั้นที่บ้านมีปัญหาไฟฟ้าดับบ่อย เห็นมีขายที่ IT City ลดราคา ตัวละไม่ถึง 2,000 บาทมั้ง 750 VA ก็คิดว่าเยอะละ ใช้ได้ราวเกือบ 2 ปี ถึงรู้ว่า batt. เสื่อม ก็ซื้อเฉพาะ batt. มาเปลี่ยนเลือกขนาดเท่ากัน 12V เท่ากัน แต่เพิ่มจาก 7.2AHr เป็น 9AHr เผื่อจะอยู่ได้นานขึ้น ก็ใช้มาได้ซักปีนึงแหละ ไม่รู้แบตเสื่อมไปตอนไหน ไฟดับปุ๊บ ก็ดับเลย
ตอนนั้นเรียกว่าซื้อแบบไม่รู้อะไรเลย มารู้ทีหลังว่า มันมีเรื่อง power factor ด้วย พวก UPS ถูกๆ จะมีค่า power factor แค่ 0.4-0.5 เอง แบบดีหน่อย จะเป็น 0.6 มากกว่านี้จะไม่ค่อยมีแล้ว ค่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อกลางปี 47 ซื้อ UPS มาตัวนึง เพราะตอนนั้นที่บ้านมีปัญหาไฟฟ้าดับบ่อย เห็นมีขายที่ IT City ลดราคา ตัวละไม่ถึง 2,000 บาทมั้ง 750 VA ก็คิดว่าเยอะละ ใช้ได้ราวเกือบ 2 ปี ถึงรู้ว่า batt. เสื่อม ก็ซื้อเฉพาะ batt. มาเปลี่ยนเลือกขนาดเท่ากัน 12V เท่ากัน แต่เพิ่มจาก 7.2AHr เป็น 9AHr เผื่อจะอยู่ได้นานขึ้น ก็ใช้มาได้ซักปีนึงแหละ ไม่รู้แบตเสื่อมไปตอนไหน ไฟดับปุ๊บ ก็ดับเลย</p>
<p>ตอนนั้นเรียกว่าซื้อแบบไม่รู้อะไรเลย มารู้ทีหลังว่า มันมีเรื่อง power factor ด้วย พวก UPS ถูกๆ จะมีค่า power factor แค่ 0.4-0.5 เอง แบบดีหน่อย จะเป็น 0.6 มากกว่านี้จะไม่ค่อยมีแล้ว ค่า power factor ส่วนมากจะไม่ได้บอกไว้ แต่ถ้าเป็นร้านไอทีใหญ่ๆ ก็สามารถถามพนักงานขายได้ หรือดูง่ายๆ ก็ดูว่า (watt. ที่จ่ายได้จริง/VA) เป็นเท่าไหร่ เช่นบางตัว 750 VA แต่จ่ายไฟได้แค่ 300 watt. ก็แสดงว่ามี power factor = 300/750 = 0.4 นั่นแหละครับ UPS ที่ผมใช้</p>
<p>ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด power factor ก็มีผลคือ ทำให้เปลืองไฟฟ้ามากขึ้น ถ้ามี power factor ต่ำๆ เช่น ถ้า power factor = 0.4 ก็แสดงว่า เมื่อต่อ ups จะทำให้กินไฟมากขึ้นกว่าเดิม 2.5 เท่า?!?</p>
<p>อีกเรื่องคือ อย่าไปซื้อแบบ noname เลย ของผมซื้อที่ IT City แต่พอแบตตัวแรกเสื่อม ไปถามซื้อแบตที่ IT City เค้าบอกไม่รู้จักยี่ห้อนี้ (อ้าว?) คือตอนหลังเค้าเน้นขายพวกยี่ห้อไปเลย เช่น PCM, Leonics เลยบอกว่าสงสัยจะเปลี่ยนไม่ได้ แล้วเชียร์ให้ซื้อใหม่ ตัวละเกือบ 3,000 แต่เราไม่โง่ (จริงๆ คือจน) เลยไปหาซื้อแบตที่ณัฐพงษ์ 512 บาทแทน อีกอย่างคือ ups แบบ noname โดยเฉพาะที่ประกอบมาจากจีน มักจะมี power factor ต่ำ ประมาณ 0.4 ทั้งนั้น อย่าเห็นแก่ของถูก ที่ถูกลงพันเดียว แต่ต้องจ่ายค่าไฟเพิ่มขึ้นเดือนละหลายร้อย ปีหนึ่งก็หลายพัน</p>
<p>อีกปัญหาหนึ่งคือ ตัวที่ผมใช้ มันมีไฟบอกสถานะแบตด้วย แต่พอมันเสื่อมจริงๆ กลับไม่เตือน เลยไม่รู้ว่ามันเสื่อมตั้งแต่เมื่อไหร่ มารู้เอาตอนไฟดับนี่แหละ</p>
<p>เมื่อวานไปเดินเซียร์ (อีกแล้ว) ต้องตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนแบตใหม่ หรือซื้อ UPS ใหม่ดี ราคาเปลี่ยนแบตตอนนี้อยู่ที่ ประมาณ 5xx บาท แต่นึกถึงค่าไฟแล้วเลยเดินไปดู UPS ใหม่ดีกว่า มีจัดรายการลดราคาอยู่ ของ PCM 525 VA จ่ายไฟได้จริง 315 watt. ค่า power factor = 0.6 ราคา 2,990 บาท ตัวนี้น่าสนใจ มีบอกสถานะต่างๆ ครบดี ถ้าอีกรุ่น ลดไฟ + ตัวเลขบอกสถานะลง ก็เหลือ 2,7xx บาท ไม่เลวๆ</p>
<p>แต่มานึกถึงความจำเป็นในการใช้ UPS แล้ว ก็มาคิดได้ว่า คงไม่ค่อยจำเป็นแล้วละ เพราะที่หอพักปัจจุบัน ไม่ค่อยมีปัญหาไฟดับ และอีกอย่าง ไม่ค่อยได้ใช้งานมันมากเหมือนก่อนนี้แล้ว ส่วนใหญ่ใช้แลปท็อปมากกว่า เลยตัวสินใจว่า ไม่ซื้อดีกว่า ไม่ใช้แล้ว ต่อตรงๆ ไปเลย แล้วเดี๋ยวปรับ file system ให้มันปลอดภัยมากขึ้นอีก (เอ ใส่ option sync เลยจะดีไหมหว่า อิๆ)</p>
<p>ก็แล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละคนละครับ ถ้าเป็น server แน่นอน มันจำเป็น สำหรับบางเครื่องที่ใช้กับงานที่ต้องการความ stable สูงๆ ก็จงใช้ เพียงแต่ขอให้เลือกตัวที่มี power factor สูงๆ ครับ (0.6 ขึ้นไป) ถ้าใช้ที่บ้าน แค่ไว้เล่นเกม เล่นเน็ต ไม่มีงานซีเรียสอะไรมาก หรือให้ห้องแล็บนักศึกษา ก็อย่าไปติดให้เสียค่าไฟเล่นเลยครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kamthorn.org/2007/08/27/fact-about-ups/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แลปท็อป $100 ตัวแรกเดินทางถึงสำนักงานใหญ่ OLPC</title>
		<link>http://kamthorn.org/2006/11/18/first_olpc_b1_machine</link>
		<comments>http://kamthorn.org/2006/11/18/first_olpc_b1_machine#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 17 Nov 2006 17:54:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>กำธร</dc:creator>
				<category><![CDATA[Hardware]]></category>
		<category><![CDATA[OLPC]]></category>
		<category><![CDATA[Public]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kamthorn.org/2006/11/18/first_olpc_b1_machine/</guid>
		<description><![CDATA[
เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา แลปท็อปเครื่องแรก รุ่น B1 ได้เดินทางมาถึงสำนักงานใหญ่ OLPC ที่แคมบริดจ์ ซึ่งตัวนี้เป็น 1 ใน 10 ตัวแรก ที่ผลิตขึ้นด้วยมือเพื่อตรวจสอบการทำงานของชิ้นส่วนต่างๆ ที่ประกอบเข้าด้วยกันว่าทำงานได้ถูกต้องทุกส่วน ทดสอบความเข้ากันได้ของทั้งระบบ และให้แน่ใจในขั้นตอนกระบวนการผลิตจริง
หลังจากนี้อีกราว 1 อาทิตย์ Quanta ก็จะเริ่มผลิตอีก 900 เครื่อง เพื่อนำมาทดสอบความทนทาน และส่งมอบให้กับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ซึ่งจำนวนหนึ่งจะถูกส่งมาที่ประเทศไทยด้วย แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะได้กี่เครื่อง อย่างน้อยก็ 2-3 เครื่องจะมาแน่ๆ
ถือว่าใกล้ความจริงเข้าไปทุกขณะละครับ ผมเองก็อยากให้ถึงวันที่เครื่องทดสอบรุ่นนี้มาถึงไวๆ  
ลิงก์:
http://wiki.laptop.org/go/B1_Pictures
http://www.olpcnews.com/prototypes/xo/olpc_first_pictures.html
http://www.engadget.com/2006/11/15/olpcs-xo-1-gets-its-first-unboxing/
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://wiki.laptop.org/go/B1_Pictures"><img src="http://wiki.laptop.org/images/thumb/a/a8/AP1_13.jpg/180px-AP1_13.jpg" alt="The first B1 machine" /></a></p>
<p>เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา แลปท็อปเครื่องแรก รุ่น B1 ได้เดินทางมาถึงสำนักงานใหญ่ OLPC ที่แคมบริดจ์ ซึ่งตัวนี้เป็น 1 ใน 10 ตัวแรก ที่ผลิตขึ้นด้วยมือเพื่อตรวจสอบการทำงานของชิ้นส่วนต่างๆ ที่ประกอบเข้าด้วยกันว่าทำงานได้ถูกต้องทุกส่วน ทดสอบความเข้ากันได้ของทั้งระบบ และให้แน่ใจในขั้นตอนกระบวนการผลิตจริง</p>
<p>หลังจากนี้อีกราว 1 อาทิตย์ Quanta ก็จะเริ่มผลิตอีก 900 เครื่อง เพื่อนำมาทดสอบความทนทาน และส่งมอบให้กับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ซึ่งจำนวนหนึ่งจะถูกส่งมาที่ประเทศไทยด้วย แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะได้กี่เครื่อง อย่างน้อยก็ 2-3 เครื่องจะมาแน่ๆ</p>
<p>ถือว่าใกล้ความจริงเข้าไปทุกขณะละครับ ผมเองก็อยากให้ถึงวันที่เครื่องทดสอบรุ่นนี้มาถึงไวๆ <img src='http://kamthorn.org/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':-)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>ลิงก์:<br />
<a href="http://wiki.laptop.org/go/B1_Pictures">http://wiki.laptop.org/go/B1_Pictures</a><br />
<a href="http://www.olpcnews.com/prototypes/xo/olpc_first_pictures.html">http://www.olpcnews.com/prototypes/xo/olpc_first_pictures.html</a><br />
<a href="http://www.engadget.com/2006/11/15/olpcs-xo-1-gets-its-first-unboxing/">http://www.engadget.com/2006/11/15/olpcs-xo-1-gets-its-first-unboxing/</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kamthorn.org/2006/11/18/first_olpc_b1_machine/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Linux กับ software RAID part I</title>
		<link>http://kamthorn.org/2006/11/12/software-raid-on-linux-1</link>
		<comments>http://kamthorn.org/2006/11/12/software-raid-on-linux-1#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 12 Nov 2006 07:40:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>กำธร</dc:creator>
				<category><![CDATA[Hardware]]></category>
		<category><![CDATA[Public]]></category>
		<category><![CDATA[ลินุกซ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kamthorn.org/index.php/2006/11/12/software-raid-on-linux-1/</guid>
		<description><![CDATA[เดิมผมค่อนข้างเชื่อมั่นกับ hardware RAID (แท้ๆ) มากกว่า ด้วยว่าเคยใช้งานมัน ชอบที่มันทำงานที่ระดับล่างไปเลย และเชื่อว่า hardware RAID ทำงานเร็วกว่า software RAID และทราบว่าจะจัดการกับมันอย่างไรเมื่อดิสก์มีปัญหา อีกอย่างคือสะดวกดี ไม่ต้องทำอะไรที่ตัว OS คือ ทำ volume RAID เสร็จแล้ว OS จะมองเห็นเป็นฮาร์ดดิสก์ลูกใหญ่ๆ ลูกเดียว
พอดีว่าเครื่องพีซีที่บ้าน จะลง Gentoo ใหม่อยู่แล้ว ก็มีโจทย์ว่า Gentoo มันต้องคอมไพล์อะไรๆ ใหม่ค่อนข้างบ่อย และสังเกตว่า มันคอมไพล์ช้าเพราะดิสก์ ถ้าทำ raid-0 ได้ก็คงช่วยได้มาก เลยศึกษาเกี่ยวกับ software RAID บน Linux ดีๆ ก็พบว่า มันก็น่าใช้เหมือนกันนะ มันยืดหยุ่นกว่าด้วย และเรื่องประสิทธิภาพเค้าก็บอกว่าด้วยประสิทธิภาพอันเหลือเฟือของคอมพิวเตอร์ทั่วไปในปัจจุบัน ทำให้ software RAID มีประสิทธิภาพไม่ด้อยกว่า hardware RAID เลย

จุดเด่นของการใช้ software [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เดิมผมค่อนข้างเชื่อมั่นกับ hardware RAID (แท้ๆ) มากกว่า ด้วยว่าเคยใช้งานมัน ชอบที่มันทำงานที่ระดับล่างไปเลย และเชื่อว่า hardware RAID ทำงานเร็วกว่า software RAID และทราบว่าจะจัดการกับมันอย่างไรเมื่อดิสก์มีปัญหา อีกอย่างคือสะดวกดี ไม่ต้องทำอะไรที่ตัว OS คือ ทำ volume RAID เสร็จแล้ว OS จะมองเห็นเป็นฮาร์ดดิสก์ลูกใหญ่ๆ ลูกเดียว</p>
<p>พอดีว่าเครื่องพีซีที่บ้าน จะลง Gentoo ใหม่อยู่แล้ว ก็มีโจทย์ว่า Gentoo มันต้องคอมไพล์อะไรๆ ใหม่ค่อนข้างบ่อย และสังเกตว่า มันคอมไพล์ช้าเพราะดิสก์ ถ้าทำ raid-0 ได้ก็คงช่วยได้มาก เลยศึกษาเกี่ยวกับ software RAID บน Linux ดีๆ ก็พบว่า มันก็น่าใช้เหมือนกันนะ มันยืดหยุ่นกว่าด้วย และเรื่องประสิทธิภาพเค้าก็บอกว่าด้วยประสิทธิภาพอันเหลือเฟือของคอมพิวเตอร์ทั่วไปในปัจจุบัน ทำให้ software RAID มีประสิทธิภาพไม่ด้อยกว่า hardware RAID เลย<br />
<span id="more-75"></span><br />
จุดเด่นของการใช้ software RAID คือความยืดหยุ่นในการเลือกใช้ RAID เพราะว่าการคอนฟิกจะทำในระดับ partition ไม่ใช่ทั้งดิสก์เหมือน hardware RAID เราจึงสามารถใช้ได้ทั้ง RAID0, RAID1 หรืออื่นๆ ได้พร้อมๆ กันโดยแบ่งพาร์ทิชันกัน ดังนั้น มีฮาร์ดดิสก์แค่สองลูก ขนาดอาจจะไม่เท่ากันก็ได้ ก็ทำ RAID ได้แล้ว</p>
<p>ข้อดีของการใช้ RAID จะมุ่งไปที่ 3 เรื่อง คือ ความปลอดภัย, ความเร็ว และการรวมขนาดให้ใหญ่ขึ้น ซึ่ง RAID แต่ละ level จะไม่เหมือนกัน เช่น RAID0 (stripping) จะได้ขนาดรวมที่เพิ่มขึ้นตามขนาดจริง เช่น 10G 2 ตัว ก็เป็น 20G ได้ความเร็วเพิ่มขึ้น (ปกติก็เกือบๆ 2 เท่า ตามทฤษฎี) แต่ความปลอดภัยกลับลดลง เพราะฮาร์ดดิสก์เสียเพียงตัวเดียว ข้อมูลก็เสียหมด ส่วน RAID1 (mirrorring) ขนาดจะเท่ากับดิสก์เพียงตัวเดียว ความเร็วเท่าเดิม แต่ความปลอดภัยสูงขึ้น คือมีดีที่ความปลอดภัยอย่างเดียว นอกจากนี้ยังมี RAID level อื่นๆ ซึ่งจะได้กล่าวถึงในโอกาสต่อไป</p>
<p>ภาคนี้จะมาดูคำสั่งในการสร้าง RAID อย่างง่ายๆ กันก่อน โดยจะใช้ mdadm นะครับ เพราะใช้ง่ายกว่า raidtools สมมติว่าจะเอา /dev/hda1 กับ /dev/hdb1 มาทำเป็น raid1 หรือ mirror อ่อ สอง device นี้ควรมีขนาดเท่ากัน ถ้าไม่เท่า มันจะยึดตัวที่ขนาดเล็กกว่าเป็นหลัก</p>
<p><strong>คำเตือน: การแบ่งพาร์ทิชันใหม่ จะทำให้สูญเสียข้อมูล ควรทดลองกับ ฮาร์ดดิสก์ที่ไม่มีข้อมูลเท่านั้น</strong></p>
<p>ขั้นแรกก็สร้างพาร์ทิชัน hda1 กับ hdb1 โดยอาจจะใช้คำสั่ง fdisk หรือ cfdisk และกำหนดชนิดเป็น &#8220;Linux raid autodetect&#8221; มี id = fd จากนั้นก็</p>
<pre># mdadm --create /dev/md0 --auto=yes --level=raid1 \
 --raid-devices=2 /dev/hda1 /dev/hdb1</pre>
<p>ถ้า device ทั้งสองมี filesystem อยู่แล้ว จะมีข้อความเตือน และถ้า device แรกที่ระบุ มี filesystem มันจะ mirror ไปตัวที่สองทันที แต่ยังไงก็แนะนำว่าควรสร้าง filesystem ใหม่ดีกว่าครับ เพราะผมลองไม่สร้างใหม่ fsck มันจะบ่นตอนบูตทุกที ตอนนี้ลองดูสถานะของ md หน่อยแล้วกันครับ</p>
<pre># cat /proc/mdstat
Personalities : [raid1]
md0 : active raid1 hdb1[1] hda1[0]
      104320 blocks [2/2] [UU]

unused devices: <none>
</pre>
<p>สร้าง filesystem แนะนำให้ใช้ ext3 ครับ ผมว่า stable ที่สุดแล้วในขณะนี้</p>
<pre># mkfs.ext3 /dev/md0
# mkdir /mnt/raid1
# mount /dev/md0 /mnt/raid1
</pre>
<p>ก็จะสามารถบันทึกข้อมูลไว้ที่ /mnt/raid1 โดยข้อมูลจะถูกบันทึกไว้พร้อมๆ กันทั้ง /dev/hda1 และ /dev/hdb1 ซึ่งหากฮาร์ดดิสก์ตัวใดตัวหนึ่งมีปัญหา ก็ยังสามารถเมานท์โดยตรงเป็น ext3 ได้เลย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kamthorn.org/2006/11/12/software-raid-on-linux-1/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Thai Keyboard Layout บนแลปท็อป $100</title>
		<link>http://kamthorn.org/2006/11/11/olpc-thai-keyboard-layout</link>
		<comments>http://kamthorn.org/2006/11/11/olpc-thai-keyboard-layout#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Nov 2006 14:31:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>กำธร</dc:creator>
				<category><![CDATA[Hardware]]></category>
		<category><![CDATA[OLPC]]></category>
		<category><![CDATA[Public]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kamthorn.org/index.php/2006/11/11/olpc-thai-keyboard-layout/</guid>
		<description><![CDATA[
ภาพจาก http://wiki.laptop.org/go/Image:Thai-keyboard.jpg
ภาพ layout ของแป้นพิมพ์ภาษาไทย ของแลปท็อป $100 วาง layout ตามมาตรฐาน มอก.802.2538 ซึ่งทำให้สามารถพิมพ์อักษรพิเศษได้ เช่น ๏ ๛ อ๎ ส่วนตัว ฿ ๅ ฅ ฃ ย้ายสลับที่กันเล็กน้อย ที่เหลือก็เรียงแป้นตาม มอก.802.2533 หรือ เกษมณี ตามปกติ ถ้าแลปท็อปนี้ถูกผลิตเพื่อใช้ในประเทศไทย ก็คงเป็นคอมพิวเตอร์ล็อตแรก ที่มีแป้นพิมพ์มาตรฐานใหม่ หลังจากออกมาตรฐานมาแล้วกว่า 11 ปี

ดูโดยภาพรวมของแป้นพิมพ์มีหลายส่วนที่แตกต่างไปจากแป้นปกติ ได้แก่ แป้น Cap Lock ไม่มี (เพราะไม่มีใครใช้อยู่แล้ว จริงไหม) แป้น Ctrl ย้ายไปไว้แทนแป้น Cap Lock เดิม (ปุ่มซ้ายมือของแป้น A) แป้น Windows กลายเป็นรูปมือ ถูกกำหนดเอาไว้ใช้เลื่อนเอกสาร หรือหน้าเว็บ หรือรูปภาพที่ล้นหน้าจอ แป้นสลับภาษาถูกเพิ่มเข้ามา อยู่ใต้แป้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a class="imagelink" href="http://kamthorn.org/wp-content/uploads/2007/01/thai-keyboard-big.png" title="thai-keyboard.png"><img id="image95" src="http://kamthorn.org/wp-content/uploads/2007/01/thai-keyboard.png" alt="thai-keyboard.png" /></a><br/></p>
<p align="center">ภาพจาก <a href="http://wiki.laptop.org/go/Image:Thai-keyboard.jpg">http://wiki.laptop.org/go/Image:Thai-keyboard.jpg</a></p>
<p>ภาพ layout ของแป้นพิมพ์ภาษาไทย ของแลปท็อป $100 วาง layout ตามมาตรฐาน มอก.802.2538 ซึ่งทำให้สามารถพิมพ์อักษรพิเศษได้ เช่น ๏ ๛ อ๎ ส่วนตัว ฿ ๅ ฅ ฃ ย้ายสลับที่กันเล็กน้อย ที่เหลือก็เรียงแป้นตาม มอก.802.2533 หรือ เกษมณี ตามปกติ ถ้าแลปท็อปนี้ถูกผลิตเพื่อใช้ในประเทศไทย ก็คงเป็นคอมพิวเตอร์ล็อตแรก ที่มีแป้นพิมพ์มาตรฐานใหม่ หลังจากออกมาตรฐานมาแล้วกว่า 11 ปี<br />
<span id="more-78"></span><br />
ดูโดยภาพรวมของแป้นพิมพ์มีหลายส่วนที่แตกต่างไปจากแป้นปกติ ได้แก่ แป้น Cap Lock ไม่มี (เพราะไม่มีใครใช้อยู่แล้ว จริงไหม) แป้น Ctrl ย้ายไปไว้แทนแป้น Cap Lock เดิม (ปุ่มซ้ายมือของแป้น A) แป้น Windows กลายเป็นรูปมือ ถูกกำหนดเอาไว้ใช้เลื่อนเอกสาร หรือหน้าเว็บ หรือรูปภาพที่ล้นหน้าจอ แป้นสลับภาษาถูกเพิ่มเข้ามา อยู่ใต้แป้น Enter ซึ่งจนเดี๋ยวนี้ยังไม่ทราบว่าถูกกำหนด scan code เป็นอะไร แล้วจะสลับภาษาบน X อย่างไร แป้น Enter ใหญ่หน่อย กดง่าย แป้นแถวบนสุด แสดงด้วยรูปภาพแทนฟังก์ชัน ซึ่งที่จริงก็คือ ESC, F1, F2, &#8230; F12 และปุ่มพิเศษที่เพิ่มเข้ามา แป้น F แต่ละชุด สามารถ slide ได้ เพราะมีปุ่มย่อยๆ แทรกอยู่ระหว่างปุ่มปกติ ซึ่งจะถูกกำหนดหน้าที่เฉพาะบนซอฟต์แวร์อีกที มีหลายแป้นหายไป เนื่องจากเกินความจำเป็นในการใช้แลปท็อปตัวนี้ เช่น Ins (ปกติใช้กันไหมครับ? ผมไม่เคยแตะเลย) Del กับ Back space ถูกรวมกันเป็นแป้น Erase เข้าใจว่ากดปกติจะเป็น back space แต่กด combo กับบางแป้น (อาจจะเป็น Fn) ก็จะเป็น Del แป้น Break, PrtScrn, Num lock, Scroll Lock พวกนี้ไม่ได้ใช้เลย ตัดทิ้งหมด</p>
<p>ฟอนต์ที่ใช้ screen ลงบนแป้น เลือกฟอนต์ Garuda เนื่องจากมีความชัดเจนของรูปอักษรแต่ละตัว และมีความสวยงาม อ่านง่าย ตัววรรณยุกต์ก็ขยายขึ้นกว่าปกติ เพื่อให้เห็นชัด</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kamthorn.org/2006/11/11/olpc-thai-keyboard-layout/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
