<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>My Life As `Kamthorn&#039; &#187; ลินุกซ์</title>
	<atom:link href="http://kamthorn.org/taxonomy/tags/linux/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://kamthorn.org</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Sat, 07 Mar 2009 14:25:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>Linux Virtualization</title>
		<link>http://kamthorn.org/2008/09/19/linux-virtualization</link>
		<comments>http://kamthorn.org/2008/09/19/linux-virtualization#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 19 Sep 2008 09:38:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>กำธร</dc:creator>
				<category><![CDATA[ลินุกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[kvm]]></category>
		<category><![CDATA[openvz]]></category>
		<category><![CDATA[virtualization]]></category>
		<category><![CDATA[vserver]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kamthorn.org/?p=181</guid>
		<description><![CDATA[3-4 คืนมานี้สนุกกับการทดลองเล่นกับ virtualization เพราะมีโอกาสได้ลองกับ server ขนาด quadcore 2 CPU ก่อนนี้ใช้ Linux Vserver อยู่แล้ว และยังใช้งานจริงถึงปัจจุบัน และคิดว่าที่ดีกว่าคือ OpenVZ อย่างน้อยมันกำหนด quota ต่าง ๆ ได้ดีกว่า เช่น CPU, memory, disk quota สามารถสร้าง template ของ guest os ง่าย ดูแล้วเหมาะมากที่จะนำไปให้บริการ VPS OpenVZ มีข้อดีแบบเดียวกับ Linux Vserver คือไม่ได้กันเนื้อที่ disk และ memory แยกออกมาจาก host OS แบบขาดเลยเหมือนอันอื่น แต่เป็นลักษณะการแชร์กัน เสมือนอยู่บนระบบเดียวกันนั่นแหละ disk image ก็ไม่ต้องสร้าง เก็บ quest OS ไว้ใน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>3-4 คืนมานี้สนุกกับการทดลองเล่นกับ virtualization เพราะมีโอกาสได้ลองกับ server ขนาด quadcore 2 CPU ก่อนนี้ใช้ <a href="http://linux-vserver.org/">Linux Vserver</a> อยู่แล้ว และยังใช้งานจริงถึงปัจจุบัน และคิดว่าที่ดีกว่าคือ <a href="http://wiki.openvz.org/">OpenVZ</a> อย่างน้อยมันกำหนด quota ต่าง ๆ ได้ดีกว่า เช่น CPU, memory, disk quota สามารถสร้าง template ของ guest os ง่าย ดูแล้วเหมาะมากที่จะนำไปให้บริการ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Virtual_private_server">VPS</a></p>
<p>OpenVZ มีข้อดีแบบเดียวกับ Linux Vserver คือไม่ได้กันเนื้อที่ disk และ memory แยกออกมาจาก host OS แบบขาดเลยเหมือนอันอื่น แต่เป็นลักษณะการแชร์กัน เสมือนอยู่บนระบบเดียวกันนั่นแหละ disk image ก็ไม่ต้องสร้าง เก็บ quest OS ไว้ใน directory อันหนึ่ง ทำให้ disk space ก็แชร์กัน ซึ่งดู ๆ แล้วก็คล้าย ๆ กับการใช้ chroot เลย แต่มันมีอะไรลึกซื้งกว่านั้นเยอะ ข้อจำกัดของ Vserver กับ OpenVZ มีแค่ว่าต้องเป็น Linux ด้วยกันเท่านั้นเอง อาจจะต่าง distro กันได้ เรื่อง Vserver กับ OpenVZ ไว้จะเขียนโดยละเอียดอีกที</p>
<p>อีกอันที่สนุกมากคือ KVM ที่มีข้อดีตรงใช้ความสามารถของ virtualization technology ที่มีใน CPU รุ่นใหม่ ๆ ทั้ง Intel และ AMD ทำให้ทำงานได้เร็วมาก โดย KVM นั้นมีส่วนที่เป็น kernel module และส่วนที่เป็น user space ซึ่งอันหลักก็ต่อยอดมาจาก qemu ที่มีชื่อเสียงอยู่ก่อนแล้ว ถ้าใช้ qemu เป็น ก็ใช้ KVM ไม่ยากเลย ซึ่ง KVM ก็ทำให้เป็นไปได้ที่จะมี Windows Server รันอยู่ใน Linux Server อีกทีได้</p>
<p>เรื่องที่ยากหน่อยคือการทำ network interface bridge ซึ่งถึงตอนนี้ก็ยังทำไม่ได้ ลองอ่านจากในเน็ตหลาย ๆ ที่แล้ว  เลยต้องเลี่ยงทำ network ภายใน แล้วใช้ iptables เปลี่ยนทางของข้อมูลแทน</p>
<p>ส่วน XEN นี่ยังไม่มีโอกาสได้ลองซักที ไว้ว่าง ๆ จะลองดูหน่อย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kamthorn.org/2008/09/19/linux-virtualization/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Installing Debian Etch with 256MB USB Memory Stick</title>
		<link>http://kamthorn.org/2008/07/01/installing-debian-etch-with-256mb-usb-memory-stick</link>
		<comments>http://kamthorn.org/2008/07/01/installing-debian-etch-with-256mb-usb-memory-stick#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Jul 2008 12:24:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>กำธร</dc:creator>
				<category><![CDATA[ลินุกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[Debian]]></category>
		<category><![CDATA[Public]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kamthorn.org/?p=180</guid>
		<description><![CDATA[มีครั้งหนึ่งผมได้รับโจทย์ให้ติดตั้ง server โดยที่ server ที่จะซื้อใหม่นั้นไม่มี cd-rom มาด้วย เข้าใจว่าเป็นเหตุผลด้านราคา ซึ่งในทางปฏิบัติก็คิดว่า server ทุกตัว คงได้ใช้ cd-rom เฉพาะตอนติดตั้ง และตอนอัพเกรด หรือแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เท่านั้น นอกนั้นก็ไม่ได้ใช้เลย จึงไม่จำเป็นแล้วที่ server จะมี cd-rom ทีนี้ปัญหาจึงเป็นว่า จะติดตั้ง Debian โดยไม่ใช้ cd-rom ได้อย่างไร คิดแบบเร็ว ๆ ก็คือใช้ USB memory stick ไงล่ะ แล้วจะทำได้อย่างไร ? ถาม Google จึงพบกับวิธีการในคู่มือของ Debian เองเลย ถึงได้รู้ว่า Debian เค้าเตรียมเรื่องแบบนี้ไว้อยู่แล้วแฮะ ขอสรุปสั้น ๆ เป็นวิธีการที่ผมทำตามขั้นตอนในเว็บดังกล่าวดังต่อไปนี้ คำเตือน: บางขั้นตอนต่อไปนี้เป็นคำสั่งที่ต้องใช้สิทธิของ root ซึ่งหลายคำสั่งเป็นอันตรายหากสั่งอย่างไม่ถูกต้อง ดังนั้นโปรดอ่านให้เข้าใจและทำตามอย่างระมัดระวัง แน่นอนต้องมี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มีครั้งหนึ่งผมได้รับโจทย์ให้ติดตั้ง server โดยที่ server ที่จะซื้อใหม่นั้นไม่มี cd-rom มาด้วย เข้าใจว่าเป็นเหตุผลด้านราคา ซึ่งในทางปฏิบัติก็คิดว่า server ทุกตัว คงได้ใช้ cd-rom เฉพาะตอนติดตั้ง และตอนอัพเกรด หรือแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เท่านั้น นอกนั้นก็ไม่ได้ใช้เลย จึงไม่จำเป็นแล้วที่ server จะมี cd-rom ทีนี้ปัญหาจึงเป็นว่า จะติดตั้ง Debian โดยไม่ใช้ cd-rom ได้อย่างไร คิดแบบเร็ว ๆ ก็คือใช้ USB memory stick ไงล่ะ</p>
<p>แล้วจะทำได้อย่างไร ? ถาม Google จึงพบกับ<a href="http://www.debian.org/releases/stable/i386/ch04s04.html.en">วิธีการในคู่มือของ Debian เองเลย</a> ถึงได้รู้ว่า Debian เค้าเตรียมเรื่องแบบนี้ไว้อยู่แล้วแฮะ ขอสรุปสั้น ๆ เป็นวิธีการที่ผมทำตามขั้นตอนในเว็บดังกล่าวดังต่อไปนี้<br />
<font color="#ff0000"><b>คำเตือน: บางขั้นตอนต่อไปนี้เป็นคำสั่งที่ต้องใช้สิทธิของ root ซึ่งหลายคำสั่งเป็นอันตรายหากสั่งอย่างไม่ถูกต้อง ดังนั้นโปรดอ่านให้เข้าใจและทำตามอย่างระมัดระวัง</b></font></p>
<ol>
<li>แน่นอนต้องมี USB memory stick ก่อน ส่วนความจุนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเราอยากใส่ระบบติดตั้งแบบไหน ผมกะว่าจะติดตั้งแค่แบบ netinst ซึ่งตัว iso มันแค่ 150 MB เอง ดังนั้น USB memory stick ตัวเก่า ๆ 256MB ของผม น่าจะได้ใช้ประโยชน์ก็คราวนี้แหละ และก็ถ้ามีข้อมูลที่ต้องการใช้อยู่ ก็คัดลอกออกจาก USB memory stick เสียให้เรียบร้อย จากนั้นก็ลองเช็คนิดนึงว่า USB memory stick ของเราเสียบที่ช่อง usb แล้วจะเห็นเป็น device อะไร ปกติจะเห็นเป็น /dev/sda แต่หลัง ๆ ก็ไม่แน่ เพราะถ้าฮาร์ดดิสก์ใช้ SCSI (คงน้อย) หรือ S-ATA มันจะใช้ sda ไปแล้ว ซึ่งคงจะเห็น USB เป็น sdb หรือ sdc หรืออื่น ๆ แทน ดังนั้น ในขั้นตอนต่อ ๆ ไปผมจะใช้ /dev/sdX แทนนะครับ ให้เปลี่ยน X เป็นตัวที่ถูกต้องต่อไป</li>
<li>แบ่งพาร์ทิชันใหม่ เนื่องจากเดิมนั้น เจ้า USB memory stick ของผมเป็นแบบ partitionless คือไม่มีการแบ่งพาร์ทิชัน แล้วใช้ทั้งตัวเป็นที่เก็บข้อมูลเลย เวลาใช้บนลินุกซ์ก็จะเมานท์ /dev/sdX มาใช้เลย ไม่ได้เป็น sdX1<br />
โดยการแบ่งจะใช้คำสั่ง dd เพื่อล้าง sector แรกก่อน และใช้ fdisk เพื่อสร้างพาร์ทิชัน โดย</p>
<pre># dd if=/dev/zero of=/dev/sdX bs=512 count=1
# fdisk /dev/sdX
</pre>
<p>กด n (สร้าง partition)<br />
กด p (เลือก primary partition)<br />
กด 1 (เลือก partition ที่ 1)<br />
กด enter เฉย ๆ เพื่อเริ่มจาก cylinder แรก<br />
กด enter เฉย ๆ เพื่อสิ้นสุดที่ cylinder สุดท้าย<br />
กด a เพื่อกำหนดให้ partition บูตได้<br />
กด 1 กำหนดให้บูตจาก partition 1<br />
กด w เพื่อบันทึกและออกจาก fdisk</li>
<li>สร้าง file system
<pre># mkdosfs /dev/sdX1
</pre>
<p>คำสั่ง mkdosfs ถ้าไม่มี ให้ติดตั้ง dosfstools ก่อนโดย apt-get install dosfstools (ปกติคิดว่ามีอยู่แล้วนะ)</li>
<li>ติดตั้ง syslinux สำหรับทำหน้าที่เป็น boot loader
<pre># apt-get install mtools syslinux
# syslinux /dev/sdX1</pre>
</li>
<li>เมานท์ USB memory stick ไปที่ตำแหน่งชั่วคราวซักที่หนึ่งก่อน
<pre># mkdir /mnt/tmp
# mount /dev/sdX1 /mnt/tmp</pre>
<p>จะเห็นแฟ้ม ldlinux.sys อยู่ในนี้แล้ว ไม่ต้องลบหรือทำอะไรกับมันนะครับ ตัวนี้เป็นส่วนหนึ่งของ boot loader</li>
<li>ดาวน์โหลดไฟล์ vmlinuz และ initrd.gz จาก <a href="http://mirror.in.th/debian/dists/Debian4.0r3/main/installer-amd64/current/images/hd-media/">http://mirror.in.th/debian/dists/Debian4.0r3/main/installer-amd64/current/images/hd-media/</a> ไปเก็บใน /mnt/tmp (รุ่นอื่น ๆ ก็เลือกเอาตามความเหมาะสมนะครับ ณ ปัจจุบันรุ่นที่ stable คือ 4.0r3 และผมก็เลือกติดตั้งเป็นแบบ 64bit ซึ่ง processor ของ server ใหม่ ๆ ในปัจจุบันก็สนับสนุนหมดแล้ว ยกเว้นจะเก่า ๆ จริง ๆ ก็ใช้ i386 แทน)</li>
<li>สร้างแฟ้ม syslinux.cfg ใน /mnt/tmp โดยมีเนื้อหาดังนี้
<pre>default vmlinuz
append initrd=initrd.gz</pre>
</li>
<li>ดาวน์โหลดไฟล์ ISO image ตัวติดตั้ง debian จาก <a href="ftp://mirror.in.th/debian_iso/4.0_r3/amd64/iso-cd/">http://mirror.in.th/debian_iso/4.0_r3/amd64/iso-cd/</a> ผมเลือกแบบ netinst ด้วยเหตุผลเรื่องขนาด ดังนั้นจึงเลือกไฟล์ debian-40r3-amd64-netinst.iso แล้วนำไปใส่ไว้ที่ /mnt/tmp เช่นกัน ถ้า USB memory stick ใหญ่กว่านี้เป็น 1GB ก็ดาวน์โหลดแผ่นติดตั้งแผ่นแรกมาลงก็ได้ หรือถ้าน้อยกว่านี้ เช่น 64MB ก็เลือกแบบ businesscard ก็ได้</li>
<li>unmount แล้วนำไปทดลองบูตดูได้เลย
<pre># umount /mnt/tmp</pre>
</li>
</ol>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kamthorn.org/2008/07/01/installing-debian-etch-with-256mb-usb-memory-stick/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Thai Font Tuning in Hardy 1</title>
		<link>http://kamthorn.org/2008/05/12/thai-font-tuning-in-hardy-1</link>
		<comments>http://kamthorn.org/2008/05/12/thai-font-tuning-in-hardy-1#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 May 2008 10:57:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>กำธร</dc:creator>
				<category><![CDATA[ลินุกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[Public]]></category>
		<category><![CDATA[Ubuntu]]></category>
		<category><![CDATA[font]]></category>
		<category><![CDATA[Hardy]]></category>
		<category><![CDATA[Waree]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kamthorn.org/2008/05/12/thai-font-tuning-in-hardy-1</guid>
		<description><![CDATA[ใน Ubuntu Hardy (8.04) มีฟอนต์ไทยใหม่มาให้ใช้ 3 ตัว คือ Waree, Umpush และ Sawasdee โดยเฉพาะ Waree นั้นถูกกำหนดให้เป็นฟอนต์ปริยายแทน Loma แล้ว ดังนั้นเมื่อติดตั้งครั้งแรกจะเป็นหน้าตาฟอนต์แปลกไปไม่คุ้นตา ก็ด้วยเหตุนี้นี่เอง ในตอนแรกนี้จะปรับแต่งฟอนต์เพียงเล็กน้อย โดยยังคงใช้ Waree เหมือนเดิม ก่อนอื่นมาดูก่อนว่าปัญหาที่เราจะพบคืออะไร ดูกันใกล้ ๆ นี่คือปัญหาที่เราจะพบเมื่อติดตั้ง Hardy สังเกตว่าตัวอักษรขนาดเล็ก หัวจะหายบ้าง รูตรงหัวตันบ้าง รูปทรงผิดเพี้ยนค่อนข้างมาก ส่วนตัวอักษรที่ใหญ่ขึ้นกลับมีปัญหาที่แปลกไปอีกแบบคือเส้นที่บาง ๆ จะหายไป สังเกตตรงประโยคตัวอย่าง ปัญหานี้เกิดจาก โดยปกติแล้ว Hardy จะกำหนดให้ใช้ font hinting แบบ native คือเป็น hint ที่ฝังมากับฟอนต์เลย เช่นฟอนต์ Bitstream Vera ซึ่งจะแสดงได้สวยงาม คมชัดไม่เบลอในทุกขนาดตัวอักษร ส่วนฟอนต์ที่ไม่มี hint จะยังคงแสดงเบลอ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ใน Ubuntu Hardy (8.04) มีฟอนต์ไทยใหม่มาให้ใช้ 3 ตัว คือ Waree, Umpush และ Sawasdee โดยเฉพาะ Waree นั้นถูกกำหนดให้เป็นฟอนต์ปริยายแทน Loma แล้ว ดังนั้นเมื่อติดตั้งครั้งแรกจะเป็นหน้าตาฟอนต์แปลกไปไม่คุ้นตา ก็ด้วยเหตุนี้นี่เอง</p>
<p>ในตอนแรกนี้จะปรับแต่งฟอนต์เพียงเล็กน้อย โดยยังคงใช้ Waree เหมือนเดิม ก่อนอื่นมาดูก่อนว่าปัญหาที่เราจะพบคืออะไร</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kamthorn/2486200050/" title="1-default by Kamthorn, on Flickr"><img src="http://farm3.static.flickr.com/2366/2486200050_1b8ba45c56.jpg" alt="1-default" height="413" width="500" /></a></p>
<p>ดูกันใกล้ ๆ</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kamthorn/2486200052/" title="1-default-1 by Kamthorn, on Flickr"><img src="http://farm3.static.flickr.com/2074/2486200052_2cc7ec436f_o.png" alt="1-default-1" height="188" width="138" /></a> <a href="http://www.flickr.com/photos/kamthorn/2486200054/" title="1-default-2 by Kamthorn, on Flickr"><img src="http://farm3.static.flickr.com/2162/2486200054_0bcd81100d_o.png" alt="1-default-2" height="292" width="435" /></a></p>
<p>นี่คือปัญหาที่เราจะพบเมื่อติดตั้ง Hardy สังเกตว่าตัวอักษรขนาดเล็ก หัวจะหายบ้าง รูตรงหัวตันบ้าง รูปทรงผิดเพี้ยนค่อนข้างมาก ส่วนตัวอักษรที่ใหญ่ขึ้นกลับมีปัญหาที่แปลกไปอีกแบบคือเส้นที่บาง ๆ จะหายไป สังเกตตรงประโยคตัวอย่าง</p>
<p>ปัญหานี้เกิดจาก โดยปกติแล้ว Hardy จะกำหนดให้ใช้ font hinting แบบ native คือเป็น hint ที่ฝังมากับฟอนต์เลย เช่นฟอนต์ Bitstream Vera ซึ่งจะแสดงได้สวยงาม คมชัดไม่เบลอในทุกขนาดตัวอักษร ส่วนฟอนต์ที่ไม่มี hint จะยังคงแสดงเบลอ ๆ เหมือนเดิม แต่ฟอนต์ Waree นั้นมี hint อยู่ด้วย แต่อย่างที่ทราบการดีว่าการทำ hint ให้สมบูรณ์นั้นยากมาก ฟอนต์ Waree จึงแสดงออกมาดีที่สุดได้แบบที่เห็น</p>
<p>ทางแก้แบบง่ายคือ ลดระดับของ hint ลงเหลือแค่ระดับ slight หรือ &#8220;นิดหน่อย&#8221; โดยเลือกเมนู &#8220;ระบบ&#8221; &#8211;> &#8220;ปรับแต่งพื้นโต๊ะ&#8221; &#8211;> &#8220;รูปโฉม&#8221; แล้วเลือกแท็บ &#8220;แบบอักษร&#8221; แล้วคลิกปุ่ม &#8220;รายละเอียด&#8230;&#8221; จากนั้นตั้งค่า Hinting เป็น &#8220;นิดหน่อย&#8221; ตามภาพ</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kamthorn/2486200056/" title="2-font-render-details by Kamthorn, on Flickr"><img src="http://farm3.static.flickr.com/2260/2486200056_e923500661.jpg" alt="2-font-render-details" height="413" width="500" /></a></p>
<p>ผลคือ</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kamthorn/2486200062/" title="3-screen2 by Kamthorn, on Flickr"><img src="http://farm3.static.flickr.com/2374/2486200062_939bfe6602.jpg" alt="3-screen2" height="413" width="500" /></a></p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kamthorn/2486200066/" title="3-screen2-1 by Kamthorn, on Flickr"><img src="http://farm3.static.flickr.com/2355/2486200066_53a3faba3c_o.png" alt="3-screen2-1" height="187" width="138" /></a> <a href="http://www.flickr.com/photos/kamthorn/2485487069/" title="3-screen2-2 by Kamthorn, on Flickr"><img src="http://farm4.static.flickr.com/3212/2485487069_ab3959cb9b_o.png" alt="3-screen2-2" height="291" width="439" /></a></p>
<p>การตั้งระดับ Hint เป็น slight จะทำให้การเรนเดอร์ฟอนต์เน้นที่รูปทรงของฟอนต์มากกว่าความคมชัด ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่ารูปทรงของฟอนต์ถูกต้องสวยงาม แต่ก็มีความเบลอมากเช่นกัน และยังทำให้ฟอนต์ภาษาอังกฤษเบลอไปด้วย</p>
<p>สำหรับท่านที่พอใจกับการตั้งฟอนต์แบบนี้ก็หยุดได้เลยครับ แต่สำหรับผมแล้ว ผมต้องการมากกว่านั้น ผมอยากให้ตัวอักษรภาษาอังกฤษชัดเท่าที่มันจะชัดได้ ในขณะที่ภาษาไทยก็ไม่เพี้ยนถึงขั้นเส้นหาย หัวหาย</p>
<p>ทางออกคือ libfreetype ในปัจจุบันมี autohint ซึ่งเป็นวิธีการเรนเดอร์ฟอนต์โดยไม่ต้องพึ่ง hint ที่มาในตัวฟอนต์เอง แต่จะสร้าง hint อัตโนมัติ ซึ่งตัวหลัง ๆ นี่มันทำได้ดีมาก ๆ แต่เราจะใช้ autohint เฉพาะกับฟอนต์ที่เราต้องการ ในที่นี้คือฟอนต์ภาษาไทยเท่านั้น ฟอนต์ที่มี native hint ดี ๆ อย่าง Bitstream Vera เราจะไม่แตะ จะใช้ native hint เหมือนเดิม</p>
<p>ขั้นแรก สร้างแฟ้ม <kbd>.fonts.conf</kbd> ไว้ที่ home ของท่านเองโดยให้มีเนื้อหาดังนี้</p>
<pre>&lt;?xml version="1.0"?&gt;
&lt;!DOCTYPE fontconfig SYSTEM "fonts.dtd"&gt;
&lt;fontconfig&gt;
        &lt;match target="font"&gt;
                &lt;test name="family"&gt;
                        &lt;string&gt;Loma&lt;/string&gt;
                        &lt;string&gt;Garuda&lt;/string&gt;
                        &lt;string&gt;Norasi&lt;/string&gt;
                        &lt;string&gt;Kinari&lt;/string&gt;
                        &lt;string&gt;Purisa&lt;/string&gt;
                        &lt;string&gt;TlwgMono&lt;/string&gt;
                        &lt;string&gt;TlwgTypewriter&lt;/string&gt;
                        &lt;string&gt;Waree&lt;/string&gt;
                        &lt;string&gt;Umpush&lt;/string&gt;
                        &lt;string&gt;Sawasdee&lt;/string&gt;
                &lt;/test&gt;
                &lt;edit name="autohint" mode="assign"&gt;&lt;bool&gt;true&lt;/bool&gt;&lt;/edit&gt;
        &lt;/match&gt;
&lt;/fontconfig&gt;</pre>
<p>จากนั้นให้ล็อกเอาท์ออกจากระบบ แล้วล็อกอินเข้ามาใหม่ แล้วตั้งค่าฟอนต์ให้เป็นตามภาพนี้</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kamthorn/2485387805/" title="4-font-render-details-full by Kamthorn, on Flickr"><img src="http://farm3.static.flickr.com/2285/2485387805_f4f336fc12.jpg" alt="4-font-render-details-full" height="413" width="500" /></a></p>
<p>ผลลัพธ์สุดท้าย</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kamthorn/2485387811/" title="5-screen3 by Kamthorn, on Flickr"><img src="http://farm4.static.flickr.com/3061/2485387811_aaf5d6ac5e.jpg" alt="5-screen3" height="413" width="500" /></a></p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kamthorn/2485387817/" title="5-screen3-1 by Kamthorn, on Flickr"><img src="http://farm3.static.flickr.com/2088/2485387817_d80fc06721_o.png" alt="5-screen3-1" height="190" width="141" /></a> <a href="http://www.flickr.com/photos/kamthorn/2485387819/" title="5-screen3-2 by Kamthorn, on Flickr"><img src="http://farm3.static.flickr.com/2363/2485387819_076caeb707_o.png" alt="5-screen3-2" height="291" width="441" /></a></p>
<p>จะเห็นว่าตัวอักษรภาษาอังกฤษมีความคมชัดเป็นปกติ ส่วนตัวไทยนั้นมีหัวหาง เส้นต่าง ๆ ครบถ้วน อ่านได้ชัดเจนดี มีเพี้ยนบ้างแต่น้อยมาก ๆ</p>
<p>เป็นอย่างไรครับ เห็นความงามของฟอนต์ Waree หรือยัง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kamthorn.org/2008/05/12/thai-font-tuning-in-hardy-1/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องควรรู้ก่อนลง/อัพเกรดเป็น Hardy Heron</title>
		<link>http://kamthorn.org/2008/04/26/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b9%80</link>
		<comments>http://kamthorn.org/2008/04/26/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b9%80#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Apr 2008 17:22:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>กำธร</dc:creator>
				<category><![CDATA[ลินุกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[โอเพนซอร์ส]]></category>
		<category><![CDATA[Public]]></category>
		<category><![CDATA[Ubuntu]]></category>
		<category><![CDATA[F-Spot]]></category>
		<category><![CDATA[firefox]]></category>
		<category><![CDATA[gqview]]></category>
		<category><![CDATA[gthumb]]></category>
		<category><![CDATA[Hardy]]></category>
		<category><![CDATA[Hardy Heron]]></category>
		<category><![CDATA[Network Manager]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kamthorn.org/2008/04/26/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b9%80</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวาน Ubuntu 8.04 Hardy Heron ออกอย่างเป็นทางการช่วงเย็น ๆ ในประเทศไทย ซึ่งอันที่จริง ผมก็ได้เอามาติดตั้งใช้งานจริง ตั้งแต่ออกเบต้าแล้ว และอัพเกรดมาเรื่อย ๆ มีสิ่งที่คาดหวังไว้จำนวนหนึ่งกับ Hardy แต่ยังพบว่ายังไม่พร้อม อันเนื่องจาก Ubuntu กำหนดการออกรุ่นไว้ตามเวลาเป๊ะ ๆ ต่างจาก Debian ที่ออกเมื่อพร้อม จึงเป็นเรื่องปกติที่ Ubuntu รุ่น release อาจจะไม่ได้ทำงานได้ตามที่คาดหวังเสมอไป จึงขอเอาประสบการณ์ที่พบมาเล่าให้ฟัง Firefox รุ่นนี้ตั้งธงว่าจะใช้ Firefox 3.0 แต่ก็มีความล่าช้าที่โครงการ Mozilla เองซึ่งในที่สุดแล้วก็เสร็จไม่ทันแน่แล้ว ล่าสุด Firefox 3.0 กำหนดออกประมาณ มิ.ย. 51 ใน Hardy ตั้งใจจะใส่รุ่น 3.0pre แต่ก็ไม่ทัน ดังนั้นรุ่นที่ติดตั้งไปพร้อม Hardy คือ 3.0b5 ซึ่ง บอกตามตรงว่ายังไม่เสถียรพอ ใช้งานปกติ ยังมี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวาน Ubuntu 8.04 Hardy Heron ออกอย่างเป็นทางการช่วงเย็น ๆ ในประเทศไทย ซึ่งอันที่จริง ผมก็ได้เอามาติดตั้งใช้งานจริง ตั้งแต่ออกเบต้าแล้ว และอัพเกรดมาเรื่อย ๆ</p>
<p>มีสิ่งที่คาดหวังไว้จำนวนหนึ่งกับ Hardy แต่ยังพบว่ายังไม่พร้อม อันเนื่องจาก Ubuntu กำหนดการออกรุ่นไว้ตามเวลาเป๊ะ ๆ ต่างจาก Debian ที่ออกเมื่อพร้อม จึงเป็นเรื่องปกติที่ Ubuntu รุ่น release อาจจะไม่ได้ทำงานได้ตามที่คาดหวังเสมอไป จึงขอเอาประสบการณ์ที่พบมาเล่าให้ฟัง
<ol>
<li><strong>Firefox</strong> รุ่นนี้ตั้งธงว่าจะใช้ Firefox 3.0 แต่ก็มีความล่าช้าที่โครงการ Mozilla เองซึ่งในที่สุดแล้วก็เสร็จไม่ทันแน่แล้ว ล่าสุด Firefox 3.0 กำหนดออกประมาณ มิ.ย. 51 ใน Hardy ตั้งใจจะใส่รุ่น 3.0pre แต่ก็ไม่ทัน ดังนั้นรุ่นที่ติดตั้งไปพร้อม Hardy คือ 3.0b5 ซึ่ง บอกตามตรงว่ายังไม่เสถียรพอ ใช้งานปกติ ยังมี crash ให้เห็นเป็นพัก ๆ วันละ 3-5 ครั้ง บางวันต้องถอยไปใช้ firefox-2 แทน แต่ก็อึดอัดกับข้อจำกัดบางอย่าง<br />ทางออกทาง Hardy จะอัพเกรด Firefox ให้เรื่อย ๆ จนกระทั่งเป็น 3.0 ตัวเต็ม และอัพเกรด minor release ไปเรื่อย ๆ แต่นั่นก็ใช้เวลา อย่างเร็วก็รอรุ่น 3.0pre ซึ่งคงดีกว่านี้พอสมควร แต่ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็ให้ติดตั้ง firefox-2 ใช้งานไปก่อนได้ ซึ่งเสถียรดีมาก ๆ</li>
<li><strong>Network Manager 0.6.6</strong> ผมเจอปัญหาอันหนึ่งคือ ถ้าต่อเน็ตด้วย ppp ผ่านโทรศัพท์มือถือที่มี EDGE ไม่ว่าจะหมุนเองด้วยคำสั่ง pppd หรือผ่าน network manager applet สถานะของ network จะยังแสดงเป็น offline อยู่ ซึ่งคุณสมบัติหนึ่งของ network manager คือมันใช้ dbus ในการสื่อสารกับโปรแกรมอื่น ๆ ได้ ปัญหาคือ Firefox 3.0 ดันฉลาดเกิน ขอเช็คสถานะเน็ตเวิร์คกับ network manager ผ่านทาง dbus ทุกครั้งที่เปิดโปรแกรม ถ้าเน็ตเวิร์คไม่พร้อม มันจะปรับไปโหมด offline ให้อัตโนมัติ ทีนี้พอใช้ ppp ต่อเน็ต ก็ต้องคอยยกเลิก offline ทุกครั้งไป<br />ปัญหานี้ Firefox ไม่รับว่าเป็นบั๊ก แต่โยนไปที่ network manager แทน ซึ่งการขยายขอบเขตการจัดการเน็ตเวิร์คไปถึง ppp นั้น จะอยู่ในแผนของรุ่น 0.7 ซึ่งก็ออกล่าช้าเช่นกัน คนพัฒนาอยู่ Red Hat ซึ่งจะออกมาให้ใช้ทัน Fedora 9 แต่กลับไม่ทันใช้ใน Hardy<br />ทางออก มีวิธีเลี่ยงปัญหา โดยยกเลิกการ roaming การใช้ Lan แบบสาย แล้วตั้งให้ใช้ Lan แบบ manual ด้วย dhcp จะทำให้ network manager ไม่มีสถานะ offline อีกต่อไป (ผมใช้วิธีนี้อยู่) ส่วน network manager 0.7 จะไม่ถูกอัพเดทใน Hardy แต่คนดูแลแพกเกจรับรองว่า เมื่อรุ่น 0.7 ออก จะเตรียมไว้ให้ใช้ใน backports</li>
<li><strong>F-Spot</strong> ถูกใช้เป็นโปรแกรมหลักสำหรับจัดการรูปภาพในเครื่อง f-spot มีคุณสมบัติเด่น ๆ เรื่องการอัพโหลดรูปภาพไปยังบริการเก็บภาพบนอินเทอร์เน็ตหลายตัวเช่น flickr, picasaweb, gallery และอื่น ๆ อีก จำไม่ได้ละ ในด้านการใช้งานนั้น ดูจงใจให้เหมือน iPhotos ของ Mac ซึ่งก็ทำได้ดีทีเดียว แต่ปัญหาคือยังขาดคุณสมบัติอื่น ๆ ที่เคยมีใน gthumb ที่เป็นตัวหลักใน Ubuntu รุ่นก่อน ๆ เช่นการบราวซ์ดูภาพในโฟลเดอร์ที่ยังดูอืด ๆ แถมมันไม่เรียงลำดับมาให้ และเลือกให้เรียงไม่ได้ด้วย ทำให้เกือบจะไร้ประโยชน์ไปเลยทีเดียว ไม่มีการ prefetch ภาพต่อไปไว้ล่วงหน้า ทำให้ตอนดูภาพต่อไปต้องรอมันประมวลผลสักแป๊บนึงก่อน<br />ทางออก ติดตั้งโปรแกรมตัวเก่งอย่าง gthumb หรือ gqview เถอะครับ สำหรับคนที่ชอบจัดภาพไว้ใน directory ด้วยตัวเองอย่างผม แล้วจะพบว่ามันสะดวกขึ้นเยอะเลย โดยส่วนตัวชอบ gqview มากกว่า เพราะเล็กและเร็วดี</li>
</ol>
<p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kamthorn.org/2008/04/26/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b9%80/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Suspend/Hibernate with ATI proprietary driver on Ubuntu Gutsy/Hardy</title>
		<link>http://kamthorn.org/2008/04/16/suspendhibernate-with-ati-proprietary-driver-on-ubuntu-gutsyhardy</link>
		<comments>http://kamthorn.org/2008/04/16/suspendhibernate-with-ati-proprietary-driver-on-ubuntu-gutsyhardy#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 16 Apr 2008 08:54:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>กำธร</dc:creator>
				<category><![CDATA[ลินุกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[Public]]></category>
		<category><![CDATA[Ubuntu]]></category>
		<category><![CDATA[ATI]]></category>
		<category><![CDATA[Gutsy]]></category>
		<category><![CDATA[Hardy]]></category>
		<category><![CDATA[Hibernate]]></category>
		<category><![CDATA[Power Management]]></category>
		<category><![CDATA[Radeon]]></category>
		<category><![CDATA[Suspend]]></category>
		<category><![CDATA[Xpress 200M]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kamthorn.org/2008/04/16/suspendhibernate-with-ati-proprietary-driver-on-ubuntu-gutsyhardy</guid>
		<description><![CDATA[แล็ปท็อปที่ใช้อยู่นี้ ใช้ชิปแสดงผลเป็น ATI Radeon Xpress 200M ตอนที่ใช้ Ubuntu 7.04 (Feisty) นั้น สามารถ suspend/hibernate ได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งค่าอะไรเพิ่มเติม น่าประทับใจมาก แต่ไปเสียตรงเรื่อง driver ของ wireless ที่ผมใช้นั้นยังไม่เก่ง ตอนนั้นต้องหันไปพึ่ง wifi-radar แทน NetworkManager (บล็อกเก่า) พออัพเกรดมาเป็น 7.10 (Gutsy) ปัญหาเรื่อง wireless + NetworkManager หมดไป แต่มาตายเอาตรง suspend/hibernate กลับไม่ทำงาน คือจริง ๆ แล้วมัน suspend/hibernate ได้ แต่พอเรียกกลับมาก มันค้างไปเลย หน้าจอดำสนิท ต้องปิดแล้วเปิดใหม่เท่านั้น ตอนแรกไม่รู้วิธีแก้ เลยต้องปิดฟังก์ชันการ supend และ hibernate ไป และต้องปิดเครื่องทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้งาน ซึ่งไม่สะดวกเอามาก ๆ เมื่อราว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>แล็ปท็อปที่ใช้อยู่นี้ ใช้ชิปแสดงผลเป็น ATI Radeon Xpress 200M ตอนที่ใช้ Ubuntu 7.04 (Feisty) นั้น สามารถ suspend/hibernate ได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งค่าอะไรเพิ่มเติม น่าประทับใจมาก แต่ไปเสียตรงเรื่อง driver ของ wireless ที่ผมใช้นั้นยังไม่เก่ง ตอนนั้นต้องหันไปพึ่ง wifi-radar แทน NetworkManager (<a href="http://kamthorn.org/2007/04/21/feisty-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad-wireless">บล็อกเก่า</a>) พออัพเกรดมาเป็น 7.10 (Gutsy) ปัญหาเรื่อง wireless + NetworkManager หมดไป แต่มาตายเอาตรง suspend/hibernate กลับไม่ทำงาน คือจริง ๆ แล้วมัน suspend/hibernate ได้ แต่พอเรียกกลับมาก มันค้างไปเลย หน้าจอดำสนิท ต้องปิดแล้วเปิดใหม่เท่านั้น</p>
<p>ตอนแรกไม่รู้วิธีแก้ เลยต้องปิดฟังก์ชันการ supend และ hibernate ไป และต้องปิดเครื่องทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้งาน ซึ่งไม่สะดวกเอามาก ๆ</p>
<p>เมื่อราว ๆ 15 ก.พ. 51 เลยลองหาวิธีแก้ดูซักตั้ง มั่ว ๆ ดูใน /etc/default/acpi-support แล้วสำเร็จ แต่ยังไม่ชัดเจนนักว่าเพราะคอนฟิกบรรทัดไหนแน่ หรือรวม ๆ กัน</p>
<p>คราวนี้มาติดตั้ง 8.04 (Hardy) ก็พบปัญหาเดิมอีก วันนี้เลยมาลองค้นหาข้อมูลในเน็ตดูอีกที พบอันนี้เข้า <a href="http://wiki.cchtml.com/index.php/Ubuntu_Gutsy_Installation_Guide#Suspend.2FHibernation_work_with_7.12">http://wiki.cchtml.com/index.php/Ubuntu_Gutsy_Installation_Guide#Suspend.2FHibernation_work_with_7.12</a> ตรง ๆ เลย ทำตามแล้วได้ทันที สรุปว่าให้แก้แฟ้ม /etc/default/acpi-support ดังนี้
</p>
<pre>SAVE_VBE_STATE=false
POST_VIDEO=false </pre>
<p>ซึ่งเดิมมันเป็น true ทั้งคู่ แล้ว reboot เครื่อง หรือ <code>sudo /etc/init.d/acpi-support restart</code> ต่อไปก็ใช้ได้เลย</p>
<p>สำหรับผู้ที่ใช้ Gutsy ต้องติดตั้ง radeontool เพิ่มด้วยนะครับ ส่วนใน Hardy นั้นติดตั้งมาพร้อมแล้ว</p>
<p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kamthorn.org/2008/04/16/suspendhibernate-with-ati-proprietary-driver-on-ubuntu-gutsyhardy/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>My History</title>
		<link>http://kamthorn.org/2008/04/12/my-history</link>
		<comments>http://kamthorn.org/2008/04/12/my-history#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 12 Apr 2008 12:24:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>กำธร</dc:creator>
				<category><![CDATA[ลินุกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[Public]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kamthorn.org/?p=169</guid>
		<description><![CDATA[kamthorn@atec:~$ history&#124;awk '{a[$2]++} END{for(i in a){printf "%5d\t%s\n",a[i],i}}'&#124;sort -rn&#124;head 122 ls 70 cd 59 sudo 21 ps 19 ssh 13 wget 13 find 13 aptitude 12 pppd 11 dpkg เอามั่ง ตาม pphetra]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<pre>kamthorn@atec:~$ history|awk '{a[$2]++} END{for(i in a){printf "%5d\t%s\n",a[i],i}}'|sort -rn|head
  122	ls
   70	cd
   59	sudo
   21	ps
   19	ssh
   13	wget
   13	find
   13	aptitude
   12	pppd
   11	dpkg</pre>
<p>เอามั่ง ตาม <a href="http://pphetra.blogspot.com/2008/04/my-history.html">pphetra</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kamthorn.org/2008/04/12/my-history/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Installing Ubuntu 8.04 20080318.1 (hardy)</title>
		<link>http://kamthorn.org/2008/03/19/installing-ubuntu-804-beta1-hardy</link>
		<comments>http://kamthorn.org/2008/03/19/installing-ubuntu-804-beta1-hardy#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Mar 2008 16:09:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>กำธร</dc:creator>
				<category><![CDATA[ลินุกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[Public]]></category>
		<category><![CDATA[Ubuntu]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kamthorn.org/2008/03/19/installing-ubuntu-804-beta1-hardy</guid>
		<description><![CDATA[ขณะที่กำลังเขียนนี้ กำลังติดตั้ง Ubuntu 8.04 20080318.1 อยู่ครับ โดยติดตั้งลงอีกพาร์ทิชัน แต่ติดตั้งตัว 32bit ไปก่อน ไว้ออกตัวจริง ค่อยอัปเกรด 7.04 64bit เป็นตัวเต็มแล้วกัน ระหว่างรอเลยมานั่ง blog ที่เครื่องคนอื่นไปพลาง พาร์ทิชันที่ติดตั้งนั้น เดิมเป็นพาร์ทิชันวินโดวส์ XP 64bit รุ่นทดลอง ขอไลเซนส์ได้จาก Microsoft ครับ ดาวน์โหลดฟรี ใช้ได้ประมาณ 4 เดือนมั๊ง ตอนนั้นเอามาลงเพราะพึ่งได้โน๊ตบุ๊คตัวนี้มาใหม่ ๆ เป็น AMD64 เลยบ้าหาอะไรที่เป็น 64bit มาลง ทั้ง Windowx XP x64 และ Ubuntu for amd64 ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่ค่อยได้บูตเข้ามาใช้เท่าไหร่ พอไม่ค่อยได้บูตเข้าวินโดวส์ทำให้ทุกครั้งที่เข้า จะน่าเบื่อมาก เพราะมันจะต้องมีอะไรมาอัปเดตเยอะแยะไปหมดสิน่า ทั้งข้อมูลไวรัส ทั้งอัปเดตจากไมโครซอฟท์เอง สุดท้ายก็ปล่อยให้ไลเซนส์หมดอายุไป ทิ้งพาร์ทิชันขนาด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขณะที่กำลังเขียนนี้ กำลังติดตั้ง Ubuntu 8.04 20080318.1 อยู่ครับ โดยติดตั้งลงอีกพาร์ทิชัน แต่ติดตั้งตัว 32bit ไปก่อน ไว้ออกตัวจริง ค่อยอัปเกรด 7.04 64bit เป็นตัวเต็มแล้วกัน ระหว่างรอเลยมานั่ง blog ที่เครื่องคนอื่นไปพลาง</p>
<p>พาร์ทิชันที่ติดตั้งนั้น เดิมเป็นพาร์ทิชันวินโดวส์ XP 64bit รุ่นทดลอง ขอไลเซนส์ได้จาก Microsoft ครับ ดาวน์โหลดฟรี ใช้ได้ประมาณ 4 เดือนมั๊ง ตอนนั้นเอามาลงเพราะพึ่งได้โน๊ตบุ๊คตัวนี้มาใหม่ ๆ เป็น AMD64 เลยบ้าหาอะไรที่เป็น 64bit มาลง ทั้ง Windowx XP x64 และ Ubuntu for amd64 ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่ค่อยได้บูตเข้ามาใช้เท่าไหร่ พอไม่ค่อยได้บูตเข้าวินโดวส์ทำให้ทุกครั้งที่เข้า จะน่าเบื่อมาก เพราะมันจะต้องมีอะไรมาอัปเดตเยอะแยะไปหมดสิน่า ทั้งข้อมูลไวรัส ทั้งอัปเดตจากไมโครซอฟท์เอง สุดท้ายก็ปล่อยให้ไลเซนส์หมดอายุไป ทิ้งพาร์ทิชันขนาด 30G ไว้ไม่ได้ใช้งานมาตั้งนาน</p>
<p>ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะเอามาลงเร็วขนาดนี้ แต่วันนี้เจอปัญหาใน Ubuntu ตัวเดิม เหมือนจะมีโปรแกรมบางตัว หรืออาจจะ kernel เอง ที่ถือครองหน่วยความจำเยอะเกินไป แบบบูตมาปุ๊บ RAM หายไป 700 กว่าเม็ก ซึ่งปกติมันจะใช้ประมาณ 300MB เมื่อบูตเสร็จ (แรม 1GB ครับ) แล้ว swap ก็จะทำงานตลอด ทำอะไรไม่ได้นอกจากบูตใหม่ อาการนี้จะเป็นบ่อย ถ้าปล่อยให้ notebook เข้าสู่ sleep mode อีกประการคือรู้สึกว่า Ubuntu 7.10 มันช้ากว่ารุ่นก่อน ๆ นี้อย่างเห็นได้ชัด ไม่ได้คิดไปเอง แต่ <a href="http://mrchoke.org/" rel="friend met">MrChoke</a> ก็รู้สึกแบบเดียวกัน วันนี้ MrChoke ลง Debian (Lenny) บอกว่าเร็วกว่าเห็น ๆ (ชักติดใจละสิ) ประการสุดท้ายคือ Ubuntu รุ่นนี้ใกล้เป็นเบต้าแล้ว คิดว่าน่าจะเสถียรพอ อย่างน้อยเอามาใช้งานจริง เพื่อช่วยกันหาบั๊กก่อนจะออกตัวเต็ม</p>
<p>ตอนนี้ติดตั้งใกล้เสร็จแล้ว ไว้ลองเล่นแล้วคงมีอะไรมาเล่าเพิ่มเติมครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kamthorn.org/2008/03/19/installing-ubuntu-804-beta1-hardy/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลอง minefield 3.0a8pre บน Fedora 7.90</title>
		<link>http://kamthorn.org/2007/08/27/%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87-minefield-30a8pre-%e0%b8%9a%e0%b8%99-fedora-790</link>
		<comments>http://kamthorn.org/2007/08/27/%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87-minefield-30a8pre-%e0%b8%9a%e0%b8%99-fedora-790#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 27 Aug 2007 14:31:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>กำธร</dc:creator>
				<category><![CDATA[ลินุกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[Public]]></category>
		<category><![CDATA[Fedora]]></category>
		<category><![CDATA[firefox]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kamthorn.org/2007/08/27/%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87-minefield-30a8pre-%e0%b8%9a%e0%b8%99-fedora-790/</guid>
		<description><![CDATA[ตั้งแต่มีข่าวว่า minefield 3.0a8pre สนับสนุนการตัดคำบนแพลตฟอร์มต่าง ได้แก่ Linux, Windows และ Macintosh เลยอยากลองบน Fedora บ้าง เพราะตอนนี้กำลังรำคาญเวลาเปิดเว็บภาษาไทย แล้วบน Fedora ยังไม่ตัดคำ วิธีติดตั้ง $ su - # cd /opt # wget http://ftp.mozilla.org/pub/mozilla.org/firefox/nightly/latest-trunk/firefox-3.0a8pre.en-US.linux-i686.tar.bz2 # tar xjvf firefox-3.0a8pre.en-US.linux-i686.tar.bz2 # rm firefox-3.0a8pre.en-US.linux-i686.tar.bz2 &#160; สร้าง icon บน panel โดย คลิกขวาตรง panel ที่ต้องการวางไอคอน แล้วเลือก &#8220;Add to Panel &#8230;&#8221; เลือก &#8220;Custom Application Launcher&#8221; แล้วกด &#8220;Add&#8221; จะปรากฎ dialog [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตั้งแต่มีข่าวว่า minefield 3.0a8pre สนับสนุนการตัดคำบนแพลตฟอร์มต่าง ได้แก่ Linux, Windows และ Macintosh เลยอยากลองบน Fedora บ้าง เพราะตอนนี้กำลังรำคาญเวลาเปิดเว็บภาษาไทย แล้วบน Fedora ยังไม่ตัดคำ</p>
<p>วิธีติดตั้ง</p>
<div class="dean_ch" style="white-space: nowrap;">
$ su -<br />
# cd /opt<br />
# wget http://ftp.mozilla.org/pub/mozilla.org/firefox/nightly/latest-trunk/firefox-3.0a8pre.en-US.linux-i686.tar.bz2<br />
# tar xjvf firefox-3.0a8pre.en-US.linux-i686.tar.bz2<br />
# rm firefox-3.0a8pre.en-US.linux-i686.tar.bz2<br />
&nbsp;</div>
<p>สร้าง icon บน panel โดย</p>
<ol>
<li>คลิกขวาตรง panel ที่ต้องการวางไอคอน แล้วเลือก &#8220;Add to Panel &#8230;&#8221;</li>
<li>เลือก &#8220;Custom Application Launcher&#8221; แล้วกด &#8220;Add&#8221;</li>
<li>จะปรากฎ dialog นี้ ให้กรอกข้อมูลต่างๆ ลงไปตามตัวอย่าง<br />
<img src='http://kamthorn.org/wp-content/uploads/2007/08/firefox-launcher.png' alt='Firefox Launcher Dialog' /></li>
<li>สำหรับ icon ปกติมันจะใส่โดยอัตโนมัติเป็น icon ของ firefox สามารถเปลี่ยนเป็น icon ของ minefield ได้โดยคลิกที่ปุ่ม icon แล้วบราวซ์ไปที่ /opt/firefox/icons จากนั้นก็เลือก mozicon128.png จะได้ icon ดังภาพ</li>
<li>กดปุ่ม Close เป็นอันเสร็จ</li>
</ol>
<p>เวลาจะใช้ ให้ปิด firefox เดิม ทั้งหมดก่อน แล้วค่อยคลิก icon ใหม่นี้ มิฉะนั้นมันจะเปิดเพจใหม่ของ firefox เก่า ถ้าอยากเปิดคู่กันได้ ให้เพิ่ม -no-remote ต่อท้ายในช่อง Command หรือจะเรียกด้วย command line ก็สั่ง</p>
<pre>$ /opt/firefox/firefox -no-remote</pre>
<p>ผลการทำงานคือ สามารถตัดคำได้จริงๆ แถมยังแก้ปัญหาเรื่อง justify สำหรับ CTL ไปแล้วด้วย ดังตัวอย่าง<br />
<img src='http://kamthorn.org/wp-content/uploads/2007/08/justify-test.png' alt='Thai Justify' /></p>
<p>หรือจะทดสอบที่หน้านี้ก็ได้ <a href="http://kamthorn.org/test/justify">http://kamthorn.org/test/justify</a></p>
<p>นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกติดตั้ง <a href="http://getswiftfox.com/trunk.htm">Swiftfox Trunk</a> หรือ <a href="http://sourceforge.net/project/showfiles.php?group_id=195473&#038;package_id=231607&#038;release_id=533124">Swiftweasel Trunk</a> ก็ได้ สองตัวนี้ก็คือ firefox เวอร์ชันคอมไพล์ใหม่ ให้ optimize กับ CPU รุ่นต่างๆ นั่นเอง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kamthorn.org/2007/08/27/%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87-minefield-30a8pre-%e0%b8%9a%e0%b8%99-fedora-790/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตามหา Virtual Host Control Panel แบบ Open Source</title>
		<link>http://kamthorn.org/2007/08/27/open-source-virtual-host-control-panel</link>
		<comments>http://kamthorn.org/2007/08/27/open-source-virtual-host-control-panel#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 27 Aug 2007 07:04:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>กำธร</dc:creator>
				<category><![CDATA[ลินุกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[โอเพนซอร์ส]]></category>
		<category><![CDATA[Debian]]></category>
		<category><![CDATA[Public]]></category>
		<category><![CDATA[hosting]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kamthorn.org/2007/08/27/open-source-virtual-host-control-panel/</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้ ยามว่างๆ จะตามหา control panel เจ๋งๆ อยู่ ก็พวก panel สำหรับให้บริการเว็บโฮสติ้งแบบ virtual host นั่นแหละ ทำนองเดียวกับพวก cPanel แต่เน้นที่เป็น open source และใช้บน debian gnu/linux (โดยเฉพาะ etch) ได้ และต้องใช้กับโฮสต์ที่บริการ PHP5 ได้ด้วย เคยลอง gnupanel ไปทีนึง ไม่ค่อยประทับใจ โดยเฉพาะโค้ดแกะยากมาก ตั้งชื่อไฟล์เป็นภาษา spain อ่านไม่เข้าใจ comment ก็ภาษา spain อีก สุดท้ายก็เลิกใช้ เปลี่ยนไปใช้ ispconfig ก็ดูดีนะ แต่ยังไม่ถูกใจผู้ใช้ บอกว่าใช้ยากไป ไม่เหมือน panel อื่นๆ หลายคนแนะนำ VHCS เข้าไปดูเว็บเค้าละ แต่ห่วงว่าจะใช้กับ PHP5 ได้หรือไม่ และอีกอย่างที่ห่วงคือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงนี้ ยามว่างๆ จะตามหา control panel เจ๋งๆ อยู่ ก็พวก panel สำหรับให้บริการเว็บโฮสติ้งแบบ virtual host นั่นแหละ ทำนองเดียวกับพวก cPanel แต่เน้นที่เป็น open source และใช้บน debian gnu/linux (โดยเฉพาะ etch) ได้ และต้องใช้กับโฮสต์ที่บริการ PHP5 ได้ด้วย</p>
<p>เคยลอง <a href="http://www.gnupanel.org/">gnupanel</a> ไปทีนึง ไม่ค่อยประทับใจ โดยเฉพาะโค้ดแกะยากมาก ตั้งชื่อไฟล์เป็นภาษา spain อ่านไม่เข้าใจ comment ก็ภาษา spain อีก สุดท้ายก็เลิกใช้ เปลี่ยนไปใช้ <a href="http://www.ispconfig.org/">ispconfig</a> ก็ดูดีนะ แต่ยังไม่ถูกใจผู้ใช้ บอกว่าใช้ยากไป ไม่เหมือน panel อื่นๆ</p>
<p>หลายคนแนะนำ <a href="http://www.vhcs.net/">VHCS</a> เข้าไปดูเว็บเค้าละ แต่ห่วงว่าจะใช้กับ PHP5 ได้หรือไม่ และอีกอย่างที่ห่วงคือ ซอฟต์แวร์ตัวนี้ไม่มีอัพเดทมาปีครึ่งแล้ว ไม่แน่ใจว่าอนาคตยังดีอยู่หรือไม่ และก็พึ่งไปพบตัวที่เป็น fork ของ VHCS อีก 2 ตัว คือ <a href="http://www.vhcp.org/">VHCP</a> และ <a href="http://isp-control.net/">ISPCP</a> แต่ยังไม่ออกตัวจริงทั้งคู่ แล้วก็อื่นๆ ก็มี <a href="http://www.web-cp.net/">WEB-CP</a> กับ <a href="http://syscp.org/">SysCP</a> ตัวหลังนี่หน้าตาธรรมดา แต่มีคนใช้เยอะดีเหมือนกัน ดูค่อนข้าง stable ดี</p>
<p>เดี๋ยวขอไปลองให้หมดก่อน ค่อยมาตัดสินใจอีกที</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kamthorn.org/2007/08/27/open-source-virtual-host-control-panel/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Setting up apache2-mpm-worker, mod-fcgid, php5-cgi on Debian Etch</title>
		<link>http://kamthorn.org/2007/08/09/setting-up-apache2-mpm-worker-mod-fcgid-php5-cgi-on-debian-etch</link>
		<comments>http://kamthorn.org/2007/08/09/setting-up-apache2-mpm-worker-mod-fcgid-php5-cgi-on-debian-etch#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 Aug 2007 19:35:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>กำธร</dc:creator>
				<category><![CDATA[ลินุกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[Debian]]></category>
		<category><![CDATA[Public]]></category>
		<category><![CDATA[Apache]]></category>
		<category><![CDATA[fcgid]]></category>
		<category><![CDATA[PHP]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kamthorn.org/2007/08/09/setting-up-apache2-mpm-worker-mod-fcgid-php5-cgi-on-debian-etch/</guid>
		<description><![CDATA[เคยเจอปัญหาเว็บเซิร์ฟเวอร์เมื่อมีคนเข้าใช้เยอะๆ แล้วช้าลงมากๆ ไหม ทั้งๆ ที่ซีพียูก็แรง แรมก็มีไม่น้อย ปัญหามักจะเกิดขึ้นเมื่อเว็บเซิร์ฟเวอร์นั้นมี mod-php และบางครั้งมีไฟล์ static ใหญ่ๆ เช่นภาพถ่าย วิดีโอ ไฟล์พรีเซนต์ ไฟล์ดาวน์โหลดต่างๆ ให้ดาวน์โหลดผ่าน http ปัญหามักเกิดจาก เมื่อเราใช้ mod-php ก็ต้องใช้ apache ที่ใช้ mpm-prefork ด้วย นั่นคือเมื่อมี connection เข้ามา apache ต้อง fork process เพื่อให้บริการ connection นั้นเป็นรายๆ ไป ปัญหาคือว่า mod-php ทำให้แต่ละ process มีขนาดใหญ่มาก ยิ่งเว็บแอ็พที่ใช้มีขนาดใหญ่ ยิ่งทำให้แต่ละ process ใหญ่เข้าไปอีก ปัญหาจะหนักขึ้น เมื่อต้องให้บริการดาวน์โหลดไฟล์ หรือมีรูปภาพจำนวนมากบนเว็บไซต์ด้วย เพราะแม้ว่าพวกนี้จะไม่ต้องการซีพียูในการประมวลผลมากนัก แต่การที่ apache ต้อง fork process มาเพื่อให้บริการไฟล์พวกนี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เคยเจอปัญหาเว็บเซิร์ฟเวอร์เมื่อมีคนเข้าใช้เยอะๆ แล้วช้าลงมากๆ ไหม ทั้งๆ ที่ซีพียูก็แรง แรมก็มีไม่น้อย ปัญหามักจะเกิดขึ้นเมื่อเว็บเซิร์ฟเวอร์นั้นมี mod-php และบางครั้งมีไฟล์ static ใหญ่ๆ เช่นภาพถ่าย วิดีโอ ไฟล์พรีเซนต์ ไฟล์ดาวน์โหลดต่างๆ ให้ดาวน์โหลดผ่าน http</p>
<p>ปัญหามักเกิดจาก เมื่อเราใช้ mod-php ก็ต้องใช้ apache ที่ใช้ mpm-prefork ด้วย นั่นคือเมื่อมี connection เข้ามา apache ต้อง fork process เพื่อให้บริการ connection นั้นเป็นรายๆ ไป ปัญหาคือว่า mod-php ทำให้แต่ละ process มีขนาดใหญ่มาก ยิ่งเว็บแอ็พที่ใช้มีขนาดใหญ่ ยิ่งทำให้แต่ละ process ใหญ่เข้าไปอีก ปัญหาจะหนักขึ้น เมื่อต้องให้บริการดาวน์โหลดไฟล์ หรือมีรูปภาพจำนวนมากบนเว็บไซต์ด้วย เพราะแม้ว่าพวกนี้จะไม่ต้องการซีพียูในการประมวลผลมากนัก แต่การที่ apache ต้อง fork process มาเพื่อให้บริการไฟล์พวกนี้ ก็ทำให้ต้องเสีย memory มากขึ้นไปอีก ยิ่งเน็ตเวิร์คของไคลเอนต์ช้า ยิ่งทำให้ต้องใช้เวลาดาวน์โหลดนาน จะพบว่า จำนวน connection มีมากขึ้นเรื่อยๆ<span id="more-140"></span></p>
<p>ปัญหาจะถึงจุดวิกฤติเมื่อ memory หมดเกลี้ยง ลินุกซ์จะเริ่ม swap หน่วยความจำบางส่วนลงดิสก์ และเมื่อ memory ที่กำลัง active มีมากกว่า memory จริงๆ การ swap จะเกิดขึ้นแบบไม่รู้จบ ถึงตอนนี้ท่านก็จะพบว่า แม้กระทั่งการ ssh เข้ามาที่เซิร์ฟเวอร์ ก็เป็นเรื่องยาก แม้เมื่อล็อกอินที่หน้าเครื่อง ก็อาจจะทำไม่ได้ด้วยซ้ำ ทางหนึ่งที่แอดมินชอบทำก็คือ กด ctrl-alt-del เพื่อรีบูตเซิร์ฟเวอร์ หลังจากรีบูตก็จะใช้งานได้สักพัก แล้วก็จะเกิดวิกฤติอีกครั้ง ส่วนการเพิ่ม memory ก็แก้ปัญหาได้ในระยะสั้น และไม่สามารถรองรับผู้ใช้เพิ่มได้อีกมากนัก</p>
<p>ที่จริงแล้ว apache2 ยังมี mpm แบบอื่นๆ ที่ทำงานแบบ thread เช่น mpm-worker ซึ่งจะใช้ memory น้อยลงมาก เพราะไม่ต้อง fork process เป็นหลายๆ process เพื่อรองรับ connection แต่ว่า mpm-worker ไม่สามารถใช้กับ mod-php ได้ ทางหนึ่งที่จะทำได้คือ รัน php แบบ cgi ซึ่งไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก เพราะจำเป็นต้องเริ่ม process php-cgi ใหม่ทุกครั้งที่เปิดหน้า php 1 หน้า ทางออกที่ดีที่สุดคือใช้ mod-fcgid หรือ mod-fastcgi ก็ได้ แต่ fcgid ดูจะเร็วกว่านิดหน่อย โดยหลักการจะเหมือนกันคือ php-cgi จะคอมไพล์ให้รองรับ fastcgi ไว้อยู่แล้ว คือ จะรัน script ที่ส่งเข้ามาให้จนเสร็จ แต่จะไม่ kill process แต่จะยังคงรอรับ script อื่นมาประมวลผลต่อไป ทำให้ได้ข้อดีของการทำงานแบบ mod หรือ embeded คือไม่ต้อง fork process บ่อยๆ ในขณะที่มีข้อดีแบบ cgi คือ ถ้าไม่จำเป็นต้องประมวลผล php ก็ไม่ต้องเรียกขึ้นมาใช้งาน ทำให้รับ connection ได้มากขึ้น และใช้หน่วยความจำน้อยลง และทำงานได้ไวขึ้นกว่าเดิม</p>
<p>ขั้นตอนบน Debian Etch มีดังนี้ โดยสมมติว่าเรามีระบบที่ให้บริการเว็บตามปกติอยู่แล้ว แต่เป็น apache2-mpm-prefork</p>
<ul>
<li>สร้าง directory /var/www/fcgi-bin
<div class="dean_ch" style="white-space: nowrap;"><span class="kw2">mkdir</span> /var/www/fcgi-bin</div>
</li>
<li>สร้างแฟ้ม /var/www/fcgi-bin/php5.fcgi ให้มีเนื้อหาดังนี้
<div class="dean_ch" style="white-space: nowrap;"><span class="re3">#!/bin/sh</span><br />
<span class="re2">PHPRC=</span><span class="st0">&quot;/etc/php5/cgi&quot;</span><br />
<span class="kw3">export</span> PHPRC<br />
<span class="re2">PHP_FCGI_CHILDREN=</span><span class="nu0">4</span><br />
<span class="kw3">export</span> PHP_FCGI_CHILDREN<br />
<span class="re2">PHP_FCGI_MAX_REQUESTS=</span><span class="nu0">5000</span><br />
<span class="kw3">export</span> PHP_FCGI_MAX_REQUESTS<br />
<span class="kw3">exec</span> /usr/bin/php5-cgi</div>
</li>
<li>เปลี่ยน mode ให้ execute ได้
<div class="dean_ch" style="white-space: nowrap;"><span class="kw2">chmod</span> +x /var/www/fcgi-bin/php5.fcgi</div>
</li>
<li>สร้างแฟ้ม /etc/apache2/conf.d/php5-fcgid ให้มีเนื้อหาดังนี้
<div class="dean_ch" style="white-space: nowrap;"><span class="kw1">ScriptAlias</span> /fcgi-bin/ /var/www/fcgi-bin/<br />
&lt;directory <span class="st0">&quot;/var/www/fcgi-bin&quot;</span>&gt;<br />
&nbsp; <span class="kw1">AllowOverride</span> <span class="kw2">None</span><br />
&nbsp; <span class="kw1">Options</span> ExecCGI -MultiViews +SymLinksIfOwnerMatch<br />
&nbsp; <span class="kw1">Order</span> <span class="kw1">allow</span>,<span class="kw1">deny</span><br />
&nbsp; <span class="kw1">Allow</span> <span class="kw1">from</span> <span class="kw1">all</span><br />
&lt;/directory&gt;<br />
<span class="kw1">Action</span> &nbsp;application/x-httpd-php /fcgi-bin/php5.fcgi<br />
<span class="kw1">AddHandler</span> &nbsp;application/x-httpd-php .php .phtml</div>
</li>
<li>ลบ mod-php5 แล้วติดตั้ง php5-cgi
<div class="dean_ch" style="white-space: nowrap;">apt-get remove libapache2-mod-php5<br />
apt-get <span class="kw2">install</span> php5-cgi</div>
</li>
<li>ติดตั้ง libapache2-mod-fcgid และเปิดใช้งาน
<div class="dean_ch" style="white-space: nowrap;">apt-get <span class="kw2">install</span> libapache2-mod-fcgid<br />
a2enmod fcgid</div>
</li>
<li>ถอดถอน apache2-mpm-prefork แล้วติดตั้ง apache2-mpm-worker
<div class="dean_ch" style="white-space: nowrap;">apt-get remove apache2-mpm-prefork<br />
apt-get <span class="kw2">install</span> apache2-mpm-worker</div>
<p>จากนั้นมันจะ start apache ตัวใหม่ให้โดยอัตโนมัติ ให้ลองทดสอบ เว็บไซต์ดูว่ายังรันได้ปกติดีหรือไม่
</li>
</ul>
<p>ถ้าใน php.ini เดิมนั้น ได้มีการปรับค่าต่างๆ ไว้ เช่น memory_limit ก็ให้ปรับในแฟ้ม /etc/php5/cgi/php.ini ตามด้วย</p>
<p>ทีนี้จะพบว่า จะมี process แบ่งเป็น 2 ชื่อ คือ apache2 และ php5-cgi โดย apache2 จะมีจำนวน process ไม่มากนัก และมีขนาดเล็ก ส่วน php5-cgi จะมีการ fork ไว้จำนวนหนึ่ง ซึ่งไม่ได้ทำงานตลอดเวลา คือจะทำงานเมื่อมีการเรียกแฟ้ม .php ขึ้นมาทำงานเท่านั้น ผลโดยรวมคือ ระบบเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คราวนี้ปัญหาไปอยู่ที่ mysql server แทนละ แต่โดยรวมยังถือว่ารับมือไหว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kamthorn.org/2007/08/09/setting-up-apache2-mpm-worker-mod-fcgid-php5-cgi-on-debian-etch/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

