inicio sindicaci;ón

Archive for ลินุกซ์

My History

kamthorn@atec:~$ history|awk '{a[$2]++} END{for(i in a){printf "%5d\t%s\n",a[i],i}}'|sort -rn|head
  122	ls
   70	cd
   59	sudo
   21	ps
   19	ssh
   13	wget
   13	find
   13	aptitude
   12	pppd
   11	dpkg

เอามั่ง ตาม pphetra

Installing Ubuntu 8.04 20080318.1 (hardy)

ขณะที่กำลังเขียนนี้ กำลังติดตั้ง Ubuntu 8.04 20080318.1 อยู่ครับ โดยติดตั้งลงอีกพาร์ทิชัน แต่ติดตั้งตัว 32bit ไปก่อน ไว้ออกตัวจริง ค่อยอัปเกรด 7.04 64bit เป็นตัวเต็มแล้วกัน ระหว่างรอเลยมานั่ง blog ที่เครื่องคนอื่นไปพลาง

พาร์ทิชันที่ติดตั้งนั้น เดิมเป็นพาร์ทิชันวินโดวส์ XP 64bit รุ่นทดลอง ขอไลเซนส์ได้จาก Microsoft ครับ ดาวน์โหลดฟรี ใช้ได้ประมาณ 4 เดือนมั๊ง ตอนนั้นเอามาลงเพราะพึ่งได้โน๊ตบุ๊คตัวนี้มาใหม่ ๆ เป็น AMD64 เลยบ้าหาอะไรที่เป็น 64bit มาลง ทั้ง Windowx XP x64 และ Ubuntu for amd64 ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่ค่อยได้บูตเข้ามาใช้เท่าไหร่ พอไม่ค่อยได้บูตเข้าวินโดวส์ทำให้ทุกครั้งที่เข้า จะน่าเบื่อมาก เพราะมันจะต้องมีอะไรมาอัปเดตเยอะแยะไปหมดสิน่า ทั้งข้อมูลไวรัส ทั้งอัปเดตจากไมโครซอฟท์เอง สุดท้ายก็ปล่อยให้ไลเซนส์หมดอายุไป ทิ้งพาร์ทิชันขนาด 30G ไว้ไม่ได้ใช้งานมาตั้งนาน

ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะเอามาลงเร็วขนาดนี้ แต่วันนี้เจอปัญหาใน Ubuntu ตัวเดิม เหมือนจะมีโปรแกรมบางตัว หรืออาจจะ kernel เอง ที่ถือครองหน่วยความจำเยอะเกินไป แบบบูตมาปุ๊บ RAM หายไป 700 กว่าเม็ก ซึ่งปกติมันจะใช้ประมาณ 300MB เมื่อบูตเสร็จ (แรม 1GB ครับ) แล้ว swap ก็จะทำงานตลอด ทำอะไรไม่ได้นอกจากบูตใหม่ อาการนี้จะเป็นบ่อย ถ้าปล่อยให้ notebook เข้าสู่ sleep mode อีกประการคือรู้สึกว่า Ubuntu 7.10 มันช้ากว่ารุ่นก่อน ๆ นี้อย่างเห็นได้ชัด ไม่ได้คิดไปเอง แต่ MrChoke ก็รู้สึกแบบเดียวกัน วันนี้ MrChoke ลง Debian (Lenny) บอกว่าเร็วกว่าเห็น ๆ (ชักติดใจละสิ) ประการสุดท้ายคือ Ubuntu รุ่นนี้ใกล้เป็นเบต้าแล้ว คิดว่าน่าจะเสถียรพอ อย่างน้อยเอามาใช้งานจริง เพื่อช่วยกันหาบั๊กก่อนจะออกตัวเต็ม

ตอนนี้ติดตั้งใกล้เสร็จแล้ว ไว้ลองเล่นแล้วคงมีอะไรมาเล่าเพิ่มเติมครับ

ลอง minefield 3.0a8pre บน Fedora 7.90

ตั้งแต่มีข่าวว่า minefield 3.0a8pre สนับสนุนการตัดคำบนแพลตฟอร์มต่าง ได้แก่ Linux, Windows และ Macintosh เลยอยากลองบน Fedora บ้าง เพราะตอนนี้กำลังรำคาญเวลาเปิดเว็บภาษาไทย แล้วบน Fedora ยังไม่ตัดคำ

วิธีติดตั้ง

$ su -
# cd /opt
# wget http://ftp.mozilla.org/pub/mozilla.org/firefox/nightly/latest-trunk/firefox-3.0a8pre.en-US.linux-i686.tar.bz2
# tar xjvf firefox-3.0a8pre.en-US.linux-i686.tar.bz2
# rm firefox-3.0a8pre.en-US.linux-i686.tar.bz2
 

สร้าง icon บน panel โดย

  1. คลิกขวาตรง panel ที่ต้องการวางไอคอน แล้วเลือก “Add to Panel …”
  2. เลือก “Custom Application Launcher” แล้วกด “Add”
  3. จะปรากฎ dialog นี้ ให้กรอกข้อมูลต่างๆ ลงไปตามตัวอย่าง
    Firefox Launcher Dialog
  4. สำหรับ icon ปกติมันจะใส่โดยอัตโนมัติเป็น icon ของ firefox สามารถเปลี่ยนเป็น icon ของ minefield ได้โดยคลิกที่ปุ่ม icon แล้วบราวซ์ไปที่ /opt/firefox/icons จากนั้นก็เลือก mozicon128.png จะได้ icon ดังภาพ
  5. กดปุ่ม Close เป็นอันเสร็จ

เวลาจะใช้ ให้ปิด firefox เดิม ทั้งหมดก่อน แล้วค่อยคลิก icon ใหม่นี้ มิฉะนั้นมันจะเปิดเพจใหม่ของ firefox เก่า ถ้าอยากเปิดคู่กันได้ ให้เพิ่ม -no-remote ต่อท้ายในช่อง Command หรือจะเรียกด้วย command line ก็สั่ง

$ /opt/firefox/firefox -no-remote

ผลการทำงานคือ สามารถตัดคำได้จริงๆ แถมยังแก้ปัญหาเรื่อง justify สำหรับ CTL ไปแล้วด้วย ดังตัวอย่าง
Thai Justify

หรือจะทดสอบที่หน้านี้ก็ได้ http://kamthorn.org/test/justify

นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกติดตั้ง Swiftfox Trunk หรือ Swiftweasel Trunk ก็ได้ สองตัวนี้ก็คือ firefox เวอร์ชันคอมไพล์ใหม่ ให้ optimize กับ CPU รุ่นต่างๆ นั่นเอง

ตามหา Virtual Host Control Panel แบบ Open Source

ช่วงนี้ ยามว่างๆ จะตามหา control panel เจ๋งๆ อยู่ ก็พวก panel สำหรับให้บริการเว็บโฮสติ้งแบบ virtual host นั่นแหละ ทำนองเดียวกับพวก cPanel แต่เน้นที่เป็น open source และใช้บน debian gnu/linux (โดยเฉพาะ etch) ได้ และต้องใช้กับโฮสต์ที่บริการ PHP5 ได้ด้วย

เคยลอง gnupanel ไปทีนึง ไม่ค่อยประทับใจ โดยเฉพาะโค้ดแกะยากมาก ตั้งชื่อไฟล์เป็นภาษา spain อ่านไม่เข้าใจ comment ก็ภาษา spain อีก สุดท้ายก็เลิกใช้ เปลี่ยนไปใช้ ispconfig ก็ดูดีนะ แต่ยังไม่ถูกใจผู้ใช้ บอกว่าใช้ยากไป ไม่เหมือน panel อื่นๆ

หลายคนแนะนำ VHCS เข้าไปดูเว็บเค้าละ แต่ห่วงว่าจะใช้กับ PHP5 ได้หรือไม่ และอีกอย่างที่ห่วงคือ ซอฟต์แวร์ตัวนี้ไม่มีอัพเดทมาปีครึ่งแล้ว ไม่แน่ใจว่าอนาคตยังดีอยู่หรือไม่ และก็พึ่งไปพบตัวที่เป็น fork ของ VHCS อีก 2 ตัว คือ VHCP และ ISPCP แต่ยังไม่ออกตัวจริงทั้งคู่ แล้วก็อื่นๆ ก็มี WEB-CP กับ SysCP ตัวหลังนี่หน้าตาธรรมดา แต่มีคนใช้เยอะดีเหมือนกัน ดูค่อนข้าง stable ดี

เดี๋ยวขอไปลองให้หมดก่อน ค่อยมาตัดสินใจอีกที

« Previous entries · Next entries »